โฮสเทล คืออะไร

โฮสเทล คืออะไร? ต่างจากโรงแรม เกสต์เฮาส์ และโฮมสเตย์ อย่างไร

โฮสเทล คือ ที่พักราคาประหยัดที่ขายเป็น “เตียง” ไม่ใช่ “ห้อง” ต่างจากโรงแรมและเกสต์เฮาส์ที่ขายเป็นห้องส่วนตัวทั้งห้อง และต่างจากโฮมสเตย์ที่เน้นให้พักอาศัยร่วมกับเจ้าของบ้านท้องถิ่นเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตจริง ๆ

ภาพที่คุ้นตาของโฮสเทล คือ เตียงสองชั้นเรียงกันในห้องเดียว (Dorm) แต่ละเตียงมีล็อกเกอร์ส่วนตัวไว้เก็บของ บางที่มีม่านกั้นให้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาหน่อย แชร์ห้องน้ำร่วมกับแขกคนอื่น จุดขายจริง ๆ ของโฮสเทลไม่ใช่แค่ราคาถูก แต่เป็นบรรยากาศที่นักเดินทางคนเดียวได้เจอเพื่อนใหม่ง่ายกว่าพักโรงแรมทั่วไป

โฮสเทลต่างจากโรงแรมยังไง

โฮสเทล (Hostel) คืออะไร ต่างจากโรงแรมยังไง

Hostel คือ ที่พักราคาประหยัดยอดฮิตของกลุ่ม Solo Traveler หรือ Backpacker โฮสเทลต่างจากโรงแรมเพราะขายเป็นเตียงแทนการขายเป็นห้อง ทำให้แขกที่ไม่รู้จักกันสามารถนอนห้องเดียวกันได้ ทำให้ราคาพักที่โฮสเทลถูกกว่าโรงแรมมาก เพราะต้นทุนค่าห้องถูกหารเฉลี่ยไปตามจำนวนเตียง และมักมีครัวส่วนกลางให้ทำอาหารหรือชงกาแฟกินเองได้ฟรีอีกด้วย

Dorm กับ Private Room ในโฮสเทล ต่างกันยังไง ราคาห่างกันแค่ไหน

  • Dorm เป็นห้องพักรวมที่มีหลายเตียง ต้องใช้ห้องน้ำรวมร่วมกับคนอื่น มีทั้งห้องที่รวมชายหญิงและแยกเฉพาะผู้หญิง ราคาเฉลี่ยประมาณ 300-600 บาท / เตียง / คืน
  • Private Room เป็นห้องพักส่วนตัวในโฮสเทล ตอบโจทย์คนที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัว บางที่อาจมีห้องน้ำในตัว ราคามักจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 700-1,500 บาท / ห้อง / คืน

โฮสเทล เกสต์เฮาส์ โฮมสเตย์ โมเทล และโรงแรม ต่างกันตรงไหน

ที่พักทั้ง 5 แบบต่างกันหลัก ๆ ที่ระดับความเป็นส่วนตัวและราคา โดยแต่ละแบบเหมาะกับกลุ่มผู้เข้าพักที่แตกต่างกัน ดังนี้

ประเภทที่พักลักษณะห้องราคาโดยประมาณต่อคืนห้องน้ำเหมาะกับใคร
โฮสเทลห้องนอนรวมหลายเตียง (Dorm) มีห้อง Private บางส่วนDorm 300-600 บาทPrivate Room 700-1,500 บาทส่วนใหญ่ใช้ร่วมกัน (Private บางที่มีห้องน้ำในตัว)นักเดินทางคนเดียว หรือคนที่มีงบจำกัด
เกสต์เฮาส์ห้องพักส่วนตัวขนาดเล็กประมาณ 500-1,200 บาทมีทั้งห้องน้ำในตัวและห้องน้ำรวมคนงบประหยัด แต่อยากได้ความเป็นส่วนตัว
โฮมสเตย์พักอาศัยร่วมกับครอบครัวเจ้าของบ้าน500-1,500 บาท/คน (บางที่รวมอาหารแล้ว)ส่วนใหญ่ใช้ร่วมกับเจ้าของบ้านคนอยากสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น หรือดื่มด่ำกับธรรมชาติ
โมเทลห้องพักพร้อมที่จอดรถติดหน้าห้อง500-900 บาทมีห้องน้ำในตัวคนเดินทางไกลที่ต้องการนอนพักรถชั่วคราว
โรงแรมห้องพักส่วนตัว มีบริการต้อนรับและสิ่งอำนวยความสะดวกครบเริ่มต้น 800-5,000 บาท/ห้อง ขึ้นอยู่กับระดับดาวมีห้องน้ำส่วนตัวนักท่องเที่ยวทั่วไป ครอบครัว นักธุรกิจที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

Poshtel คืออะไร ต่างจากโฮสเทลธรรมดายังไง

Poshtel มาจากคำว่า Posh (หรูหรา) รวมกับ Hostel คือ โฮสเทลที่ยกระดับดีไซน์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ใกล้เคียงโรงแรมบูติค แต่ยังคงคอนเซปต์ห้องนอนรวมและพื้นที่ส่วนกลางไว้เหมือนกับโฮสเทลทั่วไป

จุดต่างหลัก ๆ คือ เตียง Dorm มักมีม่านกั้นความเป็นส่วนตัวเต็ม ปลั๊กไฟและไฟอ่านหนังสือส่วนตัวทุกเตียง มีสระว่ายน้ำหรือรูฟท็อปบาร์ในบางแห่ง และดีไซน์ตกแต่งที่สวยงาม ถ่ายรูปลงโซเชียลได้ ราคาจึงสูงกว่าโฮสเทลทั่วไปพอสมควร

โฮสเทลต่างจากโรงแรมยังไง

โฮสเทลเหมาะกับนักเดินทางแบบไหน ข้อดีข้อเสียมีอะไรบ้าง

โฮสเทลเหมาะกับนักเดินทางคนเดียว งบจำกัด และอยากทำความรู้จักคนแปลกหน้า มากกว่าคู่รักหรือครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว โดยมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดีของโฮสเทล

  • ราคาถูก ช่วยเซฟงบค่าที่พัก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เน้นกินและเที่ยว
  • ได้เจอเพื่อนใหม่จากทั่วโลกง่าย และมีพื้นที่ส่วนกลางให้ทำกิจกรรมร่วมกัน
  • มักอยู่ในทำเลใจกลางเมืองใกล้แหล่งท่องเที่ยว

ข้อเสียของโฮสเทล

  • ไม่มีความเป็นส่วนตัว ต้องรอคิวแชร์ห้องน้ำกับคนอื่น
  • มีเสียงรบกวนจากเพื่อนร่วมห้องเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมาะกับคนที่นอนหลับยาก
  • แม้จะมีล็อกเกอร์ส่วนตัว ก็ต้องระวังเรื่องของมีค่าสูญหาย

อยากเปิดโฮสเทล ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง

ตามกฎหมายไทย โฮสเทลเข้าข่าย “โรงแรม” ภายใต้ พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 เพราะเป็นสถานที่ให้บริการที่พักชั่วคราวโดยมีค่าตอบแทน จึงต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจากนายทะเบียนในพื้นที่เช่นเดียวกับโรงแรมทั่วไป ยกเว้นกรณีที่มีห้องพักรวมกันไม่เกิน 8 ห้องและผู้พักไม่เกิน 30 คน ซึ่งอาจเข้าเกณฑ์ยกเว้นและแจ้งเป็น “สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม” แทนได้ รวมถึงหากรับแขกต่างชาติเข้าพักก็ต้องแจ้ง ตม.30 ภายใน 24 ชั่วโมงแรกเสมอ

โดยเกณฑ์และรายละเอียดปลีกย่อยอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ควรตรวจสอบกับนายทะเบียนหรือหน่วยงานท้องถิ่นอีกครั้งก่อนเริ่มดำเนินการ


เปิดโฮสเทลใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

งบลงทุนเปิดโฮสเทลแตกต่างกันมากตามทำเลและสภาพอาคารเดิม ตัวอย่างเช่น การปรับปรุงตึกแถวเก่าให้เป็นโฮสเทลขนาดเล็กราว 18-20 เตียง ใช้งบลงทุนระดับหลักล้านบาทต้น ๆ (ส่วนใหญ่หมดไปกับการตกแต่งและปรับปรุงอาคาร) แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรณีตัวอย่าง เพราะขึ้นอยู่กับว่าเป็นการเช่าตกแต่งอาคารเดิมหรือสร้างใหม่ทั้งหมด ควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมาจริงเพื่อประเมินงบที่แม่นยำยิ่งขึ้น


เปิดโฮสเทลแล้วต้องจัดการอะไรบ้าง

หลังเปิดโฮสเทลแล้ว งานที่ต้องดูแลต่อเนื่อง คือ การกระจายเตียงว่างไปขายในหลายช่องทางพร้อมกันโดยไม่ให้ชนกัน เพราะโฮสเทลขายเป็น “เตียง” ไม่ใช่ “ห้อง” ทำให้ 1 ห้อง (Dorm) ต้องอัปเดตสถานะละเอียดกว่าห้องพักปกติมาก เพื่อป้องกันปัญหา Overbooking ในภายหลัง

โดยเครื่องมือหลักที่ช่วยแก้ปัญหานี้ คือ Channel Manager อย่าง nCHANNEL จาก FROMAS ที่สามารถปรับการตั้งค่าให้ลงลึกถึงระดับเตียง และซิงก์จำนวนเตียงว่างไปยัง OTA หลายเจ้าพร้อมกันแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์ของโฮสเทลเอง เพื่อให้ทุกช่องทางเห็นจำนวนเตียงว่างชุดเดียวกันตลอดเวลา


สรุป

โฮลเทลเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทางที่มีงบจำกัดและอยากเจอเพื่อนใหม่ที่มาจากทั่วทุกมุมโลก เพราะสามารถพูดคุย หรือเล่นเกมร่วมกันที่ห้องส่วนกลาง เพื่อทำความรู้จักกันมากขึ้นได้ ซึ่งในแง่กฎหมาย โฮสเทลเข้าข่าย “โรงแรม” ตาม พ.ร.บ. โรงแรม พ.ศ. 2547 ต้องขอใบอนุญาตเช่นเดียวกับที่พักทั่วไป และเมื่อเปิดกิจการแล้ว การมีระบบ Channel Manager ที่ซิงก์เตียงว่างไปหลายช่องทางพร้อมกันจะช่วยลดความเสี่ยง Overbook ได้มาก โดยเฉพาะโฮสเทลที่มีช่องทางขายมากกว่า 1 ช่องทาง


คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโฮสเทล (FAQ)

เกสต์เฮาส์ต่างจากโฮสเทลยังไง?

เกสต์เฮาส์ คือ ที่พักขนาดเล็กที่มักดำเนินการโดยครอบครัวเจ้าของเอง เน้นห้องพักที่มีความส่วนตัวและขนาดกะทัดรัด ต่างจากโฮสเทลที่ขายเป็นเตียงในห้องรวม และเน้นพื้นที่ส่วนกลางให้แขกเจอกัน

ขายเป็นเตียง จะจัดการห้องพักกับ OTA ยังไงไม่ให้ Overbooking?

ต้องใช้ Channel Manager ที่รองรับการนับสต๊อกของ “เตียง” ไม่ใช่ “ห้อง” เพราะโฮสเทลขายแยกเตียงในห้องเดียวกันให้คนละคน ถ้าระบบนับแค่ห้องว่าง/ไม่ว่าง จะไม่รู้ว่าเตียงไหนในห้องนั้นถูกจองไปแล้วบ้าง ทำให้เสี่ยงขายเตียงเดียวกันซ้ำจากคนละช่องทาง

โฮสเทลเล็ก ๆ จำเป็นต้องใช้ระบบ PMS ไหม?

โฮสเทลที่มีไม่กี่เตียงและลงขายช่องทางเดียวอาจยังจดใน Excel ได้ในช่วงแรก แต่พอเริ่มมีหลายสิบเตียงและลงขายหลาย OTA พร้อมกัน ระบบ PMS จะช่วยอัปเดตสถานะเตียงได้แบบเรียลไทม์ ลดงานซ้ำซ้อนที่ต้องคีย์ข้อมูลเองหลายรอบ

เปิดโฮสเทลใหม่ ควรมีระบบจองห้องพักบนเว็บตัวเองด้วยไหม?

ควรมี เพราะ OTA หักค่าคอมมิชชันทุกการจอง ดังนั้น การให้แขกจองตรงผ่านเว็บไซต์หรือ Facebook Page ของโฮสเทลเองทำให้ได้กำไรต่อเตียงมากกว่า แม้ยอดจองอาจไม่เยอะเท่า OTA ในช่วงแรก แต่ก็เป็นช่องทางที่ควรวางรากฐานไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว

Scroll to Top